วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิธีทำมาม่าไข่นุ่มละมุนละลายในปาก

มื้อกลางวันของเอ็นจอย วันนี้ ไม่มีภาพเพราะกินไปหมดแล้ว แต่อยากบอกว่ามันเป็นมาม่าใส่ไข่ที่อร่อยที่สุดตั้งแต่กินมาเลย

วิธีทำมาม่าใส่ไข่นุ่มละมุนละลายได้ทันที่ที่ใส่ปาก

ตั้งน้ำให้เดือด  ลวกถั่วงอกใส่ไปไว้ก้นชาม แต่ใครจะไม่ลวกก็เอาถั่วงอกไปใส่ไว้ก้นชามได้เลยค่ะ
จากนั้นเอาเส้นไปลวกให้นิ่มพอสมควร หากเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อยำยำ รสหมูสับ อย่าลวกเส้นนานเกินเพราะเดี๋ยวมันจะอืดและเละ ลวกแค่พอประมาณเพราะมันจะค่อยๆ นิ่มขึ้นเมื่อเอาพักไว้ในถ้วย จากนั้นฉีกซองเครื่องปรุงในถ้วย

ขั้นตอนการเตรียมไข่นุ่มละลายในปาก

นำไข่ไก่มาตีจนเนื้อเนียน ซัก 1-2 นาที  จากนั้นเอาใส่ถุงกับข้าวเล็กๆ ทำเป็นที่บีบแบบถุงบีบเค้ก ตัดก้นถุงให้สามารถบีบไข่ออกมาได้ จากนั้นก็บีบน้ำไข่ลงไปในหม้อที่มีน้ำเดือด(ใช้น้ำเดิิมจากการลวกเส้นกับผักก่อนหน้านี้ก็ได้)  ค่อยบีบลงไปเป็นวงๆ จนทั่วหม้อ รอซักพักจนไข่ลอยขึ้นมาตักขึ้นไปวางในชามบนเส้นที่ลวกไว้ บีบไข่ลงหม้อจนหมด จากนั้นก็นำนำร้อนที่เหลือจากการลวกไข่นั่นแหล่ะใส่ลงงไปในชามมาม่าที่มีไข่และผักพร้อมแล้ว

แค่นี้ก็ได้ยำยำรสหมู่สับใส่ถั่วงอกกับไข่นุ่มละลายในปากแล้วค่ะ   ลองไปทำกันดูนะคะ เพิ่มผักอื่นๆ ที่ชอบก็ได้ค่ะ  แต่อย่าเอาไปต้มรวมๆ กัน มันจะเละไม่น่ากิน แต่ถ้าใครไม่ซีเรียสต้องการความรวดเร็วก็ใส่ลงไปโลดค่ะ   แต่ไข่ถ้าใส่ลงไปพร้อมเครื่องปรุงมันจะลดความเข้มข้นของเครื่องปรุงได้ค่ะ เพราะเครื่องปรุงมันจะจับกับไข่ ทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเราจืดไปเลยค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

Hang Nga Guesthouse เป็นทั้งรีสอร์ทและที่เที่ยวของดาลัด ในชื่อ Crazy House


ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของคนที่ไปเที่ยวเมืองดาลัด ประเทศเวียดนาม นิยมไปเที่ยวกัน สถานที่ที่ว่านี้คือเครซี่เฮาส์(Crazy House) หรือ Hang Nga Guesthouse  ซึ่งนอกจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้วที่นี่ก็เป็นที่พักด้วย


หวาดเสียวกันเบาๆ

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

“ภูกระดึง” สถานที่ปลดเปลื้องกำแพงที่ขวางกั้นมิตรภาพ


ภูกระดึงกับฉัน เราไม่เคยพบกันมาก่อน และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันได้พบกับภูกระดึงจริงๆ โดยไม่ผ่านสื่ออื่นใด ไม่ว่าจะเป็นนิตยสาร ทีวี หรืออินเตอเนต สำหรับฉันแล้วภูกระดึงช่างมีเสน่ห์และสวยงามกว่าที่คิดไว้มากมายเหลือเกิน ไม่รู้ทำไมนะ  ฉันถึงรู้สึกตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ....ถึงจะผ่านมานานแล้วแต่ฉันยังจำทุกอย่างได้เป็นอย่างดี

ใบเมเปิ้ลแดงที่ภูกระดึง


การเดินทางไปภูกระดึงนั้นในครั้งนั้นเราเดินทางโดยรถประจำทางจากหมอชิตช่วงค่ำๆ ไปลงที่ผานกเค้าในช่วงเช้ามืดพอดี ที่ผานกเค้านี้มีร้านอาหารและห้องน้ำให้ฉันได้ทำธุระส่วนตัว นักเดินทางส่วนใหญ่จะมาลงรถกันที่นี่ทั้งนั้นหากเดินทางโดยรถประจำทาง ที่นี่จึงเสมือนเป็นจุดนัดพบแรกก่อนจะขึ้นภูกระดึงเลยก็ว่าได้  บางคนเดินทางมาเพียงลำพัง บางคนมากันเป็นกลุ่ม  แยกกันมาจากคนละที่คนละทาง แต่ในที่สุดแล้วระหว่างทางที่เดินขึ้นภูกระดึงทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไป เหมือนว่าหนทางที่ยากลำบากนั้นได้ทำลายกำแพงบางอย่างลงไปโดยเราไม่รู้ตัว  ก็หลายๆ คนที่เจอกันที่ผานกเค้า  ระหว่างนั่งทานข้าวไปนั้น ฉันไม่ค่อยเห็นใครต่อใครจะยิ้มให้กันซักเท่าไหร่ แต่เมื่อพวกเขาเหล่านั้นได้ขึ้นมาบนภูกระดึงทุกๆ อย่างมันเปลี่ยนไป มิตรภาพ รอยยิ้ม การช่วยเหลือ ความรัก ความหวัง  หลายสิ่งอย่างได้เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้  “ภูกระดึง”


หลังจากกินข้าวที่ผานกเค้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เรานั่งรถสองแถวต่อไปยังที่ทำการอุทยาน  อากาศตอนนี้เย็นจนหนาวเลยก็ว่าได้ และยิ่งรถสองแถววิ่งเร็วๆ เข้า มันก็ยิ่งหนาวไปกันใหญ่ รถสองแถวคันเล็กวิ่งผ่านหมอกหนาไปอย่างรวดเร็ว เราเดินทางมาถึงที่ทำการอุทยาน   และเริ่มเดินขึ้นตอนเจ็ดโมงเช้า สำหรับคนที่ไม่ได้ชอบการออกกำลังกายมากนัก หรือจะเรียกว่าไม่เคยได้ออกกำลังกายเลยมาเป็นปีแล้ว การเดินขึ้นภูกระดึงดูจะสาหัสไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยหนทางที่ค่อนข้างไกลและยากลำบากตอนที่เราต้องปีนเขาบางช่วงที่ชันมาก  ระหว่างทางที่เดินขึ้นไปจะผ่านตามซำาต่างๆ มีหลายหลายชื่อ เช่น ซำแฮก ซำกอซาง ซำกกโดน และอีกหลายๆ ชื่อ ในแต่ละซำจะมีร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม  ผลไม้ยอดฮิตบนภูเห็นจะเป็นแตงโม เพราะมันทั้งเย็นและช่วยให้นักเดินทางทั้งหลายสดชื่นเมื่อได้กินเข้าไป



เมื่อเราเดินขึ้นไปเรื่อยๆ จากคนแปลกหน้าก็เปลี่ยนเป็นคุ้นๆ หน้ากัน เริ่มมีรอยยิ้มส่งให้กันระหว่างนักท่องเที่ยวในกลุ่มต่างๆ บางคนไปคนเดียวก็ได้เพื่อนร่วมทางก็ตอนเดินขึ้นภูเนี่ยแหล่ะ มันน่าอัศจรรย์เหลือเกิน ที่ธรรมชาติเป็นตัวกระตุ้นในการสร้างมิตรภาพให้กับนักเดินทางได้เป็นอย่างดี ฉันเห็นบางคนสละไม้เท้า ที่ทำจากไม้ไผ่ ที่เก็บได้ระหว่างทาง เพื่อช่วยค้ำยันในการเดินให้กับผู้ร่วมทางที่ไม่รู้จักกันมาก่อนโดยไม่ลังเล เพราะเห็นว่าคนคนนั้นอาจจะเดินไม่ไหว  

ข้างบนนี้ฉันเห็นความรักในเพื่อนมนุษย์ ซึ่งหากลองมองย้อนไปก่อนที่จะขึ้นมายังภูเขาอัศจรรย์ลูกนี้ “ภูกระดึง”   ฉันยังคงเห็นภาพผู้คนเบียดเสียดยัดเยียด แย่งกันขึ้นรถประจำทาง บางครั้งวิ่งตัดหน้า แซงคนอื่นให้ตัวเองได้ที่นั่ง หรือในบางครั้งก็หงุดหงิดแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย  ซึ่งแตกต่างจากบนภูกระดึงแห่งนี้มากนัก ถึงแม้ว่าบางครั้งจะมีอะไรผิดพลาดไปบ้าง แต่ฉันก็ยังเห็นว่าทุกคนยังยิ้มให้กัน ขอโทษ และ ให้อภัยกัน ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากจะยกภูกระดึงมาไว้ในกรุงเทพจริงๆ แต่ดูจะเพ้อเจ้อไปหน่อย  แต่นี่ก็เป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครของภูกระดึงเลย


ที่จริงแล้วมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกมากมายในโลกนี้ และในเมืองไทย ที่สวยงาม มีเสน่ห์และมีเครื่องทำลายกำแพงแห่งมิตรภาพของผู้คนที่รอให้นักเดินทางอย่างฉันและคนอื่นๆ ไปค้นหาอีกมากมาย ตลอดชีวิตของการเดินทางบนโลกที่พระเจ้าสร้างขึ้นมานี้ ฉันคงต้องใช้เวลาอีกมากมายเท่าไหร่ไม่รู้  ฉันคงไม่อาจจะไปได้ในทุกๆ ที่ แต่ฉันก็จะให้ทุกๆ ที่ไป ยังคงอยู่ในความทรงจำที่สวยงาม บนภาพถ่าย บนตัวหนังสือ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้รับรู้และออกไปตามหา สถานที่ที่จะทำลายกำแพงที่ขวางกันความรักของมนุษย์ที่จะมีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ฉลองวันเปิดภูกระดึงวันแรก ปี 2013
Enjoy