วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

พาไปชิมร้านอุด้งมารุกาเมะ เซเมง ที่เดอะพรอมานาดใกล้แฟชั่นไอร์แลนด์



ได้มีโอกาสไปเดินที่ The Promanade ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้มอล ที่อยู่ติดกับห้างแฟชั่นไอร์แลนด์กะเค้าซะที ที่เดอะพรอมานาดนี้ มีร้านอาหารน่ากินเยอะแยะมากมายเลยละคะ  และชั้นล่างก็ยังมีลานน้ำพุดนตรีให้นั่งดูเพลินๆ อีกด้วยนะ

หน้าตาของอุด้งและเทมปุระของเรา


ลานน้ำพุดนตรี ที่ The promanade

ไหนๆ ก็มาแล้ว ขอชิมอาหารซักร้านในเดอะพรอมานาดละกัน ตอนแรกตั้งใจจะกินบุเฟที่ชื่อว่าใจแอ้น แต่เนื่องด้วยซัด swensen มาแล้วแบบเต็มคราบ จึงไม่สามารถกินบุฟเฟต์ไหว เลยขอเป็นอุด้งชามน้อยๆ ละกัน
หน้าร้านมารุกาเมะ เซเมง 

เชฟอารมณ์ดี 


ร้านที่มากินร้านนี้ชื่อร้าน มารุกาเมะ เซเมง ค่ะ ร้านนี้มีอุดงทั้งร้อนและเย็น มีซุปต่างๆ ให้เลือกมากมาย เมื่อเลือกชนิดอุดงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีอยู่ 3 ขนาด เล็ก กลาง ใหญ่  เราก็สามารถเลือกท็อปิ้งเทมปุระต่างๆ ได้ หรือจะไม่เลือกเลยก็ได้ ซึ่งเทมปุระ มีอยู่หลายอย่างเลย ทั้งกุ้ง ผัก หมึกหลอด  ส่วนเครื่องดื่มมีทั้งแบบรีฟิลและแบบซื้อเป็นแก้วๆ ค่ะ รีฟิล ราคา 39 บาท

เทมปุระกุ้ง

ราคา อันละ 35  บาท สำหรับเทมปุระหมึกหลอดและเทมปุระไก่

อุด้งแกงกะหรี่

บุคาเกะอุด้ง

เมนูอาหาร


มีพริกใหเติมสำหรับคนกินเผ็ด

กินเสร็จแล้วก็ต้องเอาถ้วยชามไปว่างที่ช่องนี้ 

จ่ายไป 314 บาท จร้าาา 


สำหรับร้านนี้เมื่อทานเสร็จเราจะต้องนำภาชนะต่างๆ ไปวางคืนให้ที่จุดคืนภาชนะด้วยนะคะ พนักงานบริการดีมาก อัธยาศรัยดี สุภาพ  ส่วนเรื่องรสชาตินั้นก็โอเคอยู่ค่ะ เรากินอุด้งแกงกะหรี่ โดยส่วนตัวไม่ชอบกินเส้นอุด้ง แต่เห็นคนมากินร้านนี้เยอะเลยละคะ เลยมากินบ้าง


ใครแวะไปเดินที่ The Promanade ก็ลองมาชิมกันได้จร้า ที่ มารุกาเมะ เซเม็ง

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

จัดกระเป๋าเดินทาง เป็นเรื่องลำบากใจสุดๆ สำหรับการเดินทาง


เรื่องนี้เขียนไว้เมื่อปีที่แล้ว ตอนจะแบ็คแพ็คไปกัมพูชาเวียดนาม ทริป 15 วัน  เอามาลงบล็อดให้ได้อ่านกันขำๆ

พรุ่งนี้เดินทาง เข้ากัมพูชา ต่อด้วยเวียดนาม ออกลาว กลับไทย   วันนี้ต้องจัดกระเป๋า การจัดกระเป๋านี่แหล่ะ แค่คิดก็เหนื่อยละ ยิ่งเป็นการเดินทางที่มีกำหนดการเดินทาง ไม่เป๊ะ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทางได้ตลอดเวลา ถ้าเจอสิ่งที่น่าสนใจมากกว่า   ฉะนั้นการจัดกระเป๋าจึงต้องจัดแบบกว้างๆ ไม่เฉพาะเจาะจง ใช้ได้กับหลายสถานการณ์  พวกอุปกรณ์อาบน้ำ ครีมทาหน้า ทาตัว ก็ต้องเตรียมไปด้วย ถ้าเดินทางกับเพื่อนก็ใช้ชุดเดียวกันก็พอแล้วแบ่งๆ กันถือ จะได้ไม่หนักมากนัก  สำหรับผู้หญิงถ้าในเดือนนั้นๆ ประจำเดือนยังไม่ถึงเวลามา ควรพกผ้าอนามัยติดไปด้วย เพราะไม่รู้ว่า จะมียี่ห้อที่เคยใช้หรือแบบมีปีก ไม่มีปีก มั้ย เด๋วถ้าไปซื้อที่อื่นอาจได้ของที่น้องไม่คุ้นเคย จะอึดอัดใจกันเปล่าๆ แหมๆๆ เรื่องมันเยอะนะเธอ ..Enjoy

พวกอุปกรณ์กันแดดทั้งหลายก็จำเป็นนะ หมวก ครีมกันแดด ขอร้อง!!!  ร่มอย่าเอาไป  หล่อนไม่ได้เดินที่ถนนในหมู่บ้านนะยะ ถ้าเอาไปแล้ว หล่อนจะถ่ายรูปยังไงล่ะ มือหนึ่งถือร่ม มือหนึ่งถือกล้อง หลังสบายเป้ใบใหญ่ หน้าสะพายเป้ใบเล็ก มันจะดูหล่อนเป็นผู้หญิงเยอะนะจ๊ะ

ถึงแม้จะเดินทางไกลๆ และสมบุกสมบันนิดนึง แต่ว่า ที่เค้าบอกว่า ผู้หญิงอย่าหยุดสวยนั้นจริงค่ะ  แต่อันนี้ใช้ไม่ได้กับดิฉันเพราะว่าสำหรับดิฉันแล้วที่ต้องพกเครื่องสำอางค์ติดไปด้วยก็เพื่อ  ป้องกันไม่ให้ใครๆ เข้าใจผิดว่า  "นี่หล่อน แต่งหน้าฮัลโลวีน มาเที่ยวหรอจ๊ะ"  อร้ายยยย หยาบคายสุดๆ เพราะฉะนั้นการเปลือยหน้าสำหรับดิฉันแล้ว มันไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ยกเว้นใครที่มั่นใจว่าหน้าสวย ใส ไร้ รอยตีนกา และรอยสิวล่ะก็ โชว์ผิวกันเต็มที่เลยฮ่ะ

ว่าด้วยเครื่องสำอางค์ที่ดิฉันขอติดกระเป๋าไปแบบ เบาๆ เท่านั้น  ต้องบอกก่อนว่า คงแต่งแค่เบาๆ ไม่ปล่อยหน้าเปลือยให้สร้างความอุจาดแก่ผู้พบเห็น เท่านั้น จะจัดเต็ม แน่น เป๊ะ อย่างปกติ คงไม่ไหว เดียวเค้าจะหาว่า "อีนี่ เยอะจริง อะไรจริง"   ฉะนั้นก็เตรียมแบบเบาๆ สำหรับดิฉัน นะ  แต่คนอื่นๆ อาจเตรียมตามความสวยของตัวเอง สวยด้วยธรรมชาติได้ก็เตรียมไปน้อย น้อยมาก ถึงน้อยที่สุด

ของที่เตรียมไปครั้งนี้ ตัดใจอยู่ตั้งนาน ไอ้นั่นก็อยากเอาไป ไอ้นี่ก็อยากเอาไป  ก็แหมๆ เวลาถ่ายรูปออกมาจะได้งามๆ เด้  ในที่สุดเอาไปแค่  ขอย้ำว่าแค่นะจ๊ะ... 1.เบสเขียวหลอดเล็ก 2.คอนซิลเลอร์แท่งเล็กๆ เท่าลิปสติค 3.แป้งเบาๆ เอาแค่ลูสพาวเดอร์ พอ ไม่ต้องแน่น เพราะเวลาเดินทาง มีเหงื่อมาก แป้งแน่นเกิน อาจมีผลเสียได้หลายอย่าง 4.ลิปสติคที่เป็นลิปมันและมีสีนิดหน่อยพอ 5.้ ดินสอเขียนขอบตา เอามาใช้แทนอายไลน์เนอร์ เขียนเบาๆ พอ ไม่งั้นจะเยอะเกิน  6.อย่างสุดท้าย สองจิตสองใจจะเอาไปดีมั้ย ในที่สุดก็ตัดสินใจเอาไป ชุดบรัชออน อายแชโดว์ ลิปสติกแบบพกพาอันเท่าโทรศัพท์ไอโฟนได้    เป็นว่า จบข่าวววว...สำหรับเครื่องสำอางค์

อ้อ !! เอาเครื่องสำอางค์ไปก็จำเป็นต้องเพิ่มไอเทมอื่นด้วย มันเป็นของคู่กัน ได้แก่ สำลี คลีนซิ่งล้างเครื่องสำอางค์ สะอาดสดชื่น ต้องยกให้ Bioderma เค้าละ  และแอบติด จอห์นสัน เบบี้ออยไปด้วย เผื่ออากาศเย็นหรือคลีนซิ่งหมด ก็ใช้แทนคลีนซิ่งและโลชั่นทาผิวได้ด้วย เอ๊ะ  ที่จริงแล้ว พกแค่เบบี้ออยก็น่าจะอยู่นะจะได้ไม่หนัก แต่ว่า ขวกเล็ก ของสองเลยละกัน  อิอิอิ

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

พาขึ้นเคเบิลคาร์ชมเมืองดาลัดแบบพานอรามา Robin hill Cable car

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวกัน ทั้งแบบที่เช่ารถมอเตอร์ไซด์ขี่ไปเองและแบบซื้อทัวร์ one day trip ที่ดาลัดไปเที่ยวกัน ก็คือ การนั่งกระเช้าลอยฟ้าหรือเคเบิ้ลคาร์ชมเมืองดาลัดแบบพานอรามาบนเขา Robin hill

Robin hill Cable Car

มีกล้องหยอดเหรียญ ส่องดูเมืองดาลัดด้วย 

วิวเมืองดาลัด

จุดขึ้นเคเบิลคาร์ของเมืองดาลัดนี้อยู่ห่างจากตังเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร ถ้าใครเช่ารถขับไปเองก็ถือว่าไม่ไกลมากค่ะ  ระยะทางของกระเช้าลอยฟ้านี้มีระยะทางประมาณ 2300 เมตร ใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีในการนั่ง จาก Robin Hill ไปยังวัด Truc Lam ซึ่งเป็นวัดเซนเก่าแก่ของเมืองดาลัดที่อยู่ใกล้ๆ กับ Thuyen Lam Lake  เคเบิ้ลคาร์นี้นั่งได้ไม่เกิน 4 คนค่ะ นั่งฝั่งละ 2 คน  และเคเบิ้ลคาร์มีความสูงจากพื้นที่ 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล

จุดซื้อตั๋วกระเช้าลอยฟ้า 


รอขึ้นเคเบิ้ลคาร์

เคเบิลคาร์ผ่านป่าสน

ระหว่างทางการโดยสารจาก Robin Hill ไปยัง วัด Trac Lam นั้น เราจะเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามของเมืองดาลัด มองเห็นวิวแบบพานอรามาของเมืองดาลัด ด้านล่างเคเบิ้ลคาร์ก็เป็นป่าสนและบางส่วนก็เห็นต้นลูกพลับที่ออกลูกสีเหลืองเต็มต้น มองไปก็น่ากินจริงๆ 5555 ละสายตาจากความสวยงามชั่วคราว มาแอบตระกะนิดนึง

อากาศด้านบนดีมาก

จากโรบิ้นฮิล ไม่นานนักหลังจากบริโภคความงามทางสายตาไปแล้ว อากาศมันดี เย็นสบาย วิวสวยสบายตา บอกตรงๆ ว่า  ง่วงมากกกก !!!  แล้วก็ถึงที่หมายปลายทางที่กระเช้าพาเราข้ามป่าสนมา นั่นก็คือวัดเซนเก่าแก่ วัด Trac Lam

มาถึงอีกฝั่งนึงแล้ว 

มีร้านขายของฝาก ร้านนี้เป็นร้านที่มีอยู่ทั่วเมืองดาลัดเลย Lang Farm 

วัด Trac Lam

Thuyen  Lam Lake

กระเช้าลอยฟ้า หรือเคเบิลคาร์ ที่ Robin hill เมืองดาลัดนี้สามารถนังแบบรอบเดียวหรือนั่งไปกลับก็ได้นะคะ โดยค่าเคเบิลคาร์มีราคาดังต่อไปนี้ค่ะ

สำหรับนั่ง ไป-กลับ
ผู้ใหญ่  70,000 ดอง (ประมาณ 105 บาท)
เด็ก 40,000 ดอง(ประมาณ 60 บาท)

สำหรับนั่งเที่ยวเดียว
ผู้ใหญ่  50,000 ดอง (ประมาณ 75 บาท)
เด็ก 30,000 ดอง(ประมาณ 45 บาท)

สถานีรถไฟดาลัดสถานที่พรีเวดดิ้งยอดฮิต Popular location pre-wedding@dalat

สถานีรถไฟดาลัดนอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวถ่ายภาพและรอขึ้นรถไฟท่องเที่ยวเมืองดาลัดแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานนี่ถ่ายพรีเวดดิ้งยอดนิยมของคู่แต่งงานชาวเวียดนามอีกด้วยนะคะ

คู่แต่งงานมาถ่าย Pre-wedding กันที่สถานีรถไฟดาลัด


Enjoy ไปเที่ยวที่สถานีรถไฟเมืองดาลัด  ในทริปที่ผ่านมาอยู่ 2 ครั้ง ครั้งแรกเดินไปรอขึ้นรถไฟท่องเที่ยวชานเมือวดาลัด ส่วนอีกครั้งไปเที่ยวกับทัวร์ที่ซื้อที่ดาลัดแบบวันเดย์ทริป และทั้ง 2 ครั้ง เจอคู่รักมาถ่ายภาพ Pre-wedding  กัน แต่ละคู่มากันแบบจัดเต็ม มีคอสตูมส่วนตัวมากันเลยทีเดียว เสื้อผ้า หน้าผม พร้อมกับช่างภาพ
สถานีรถไฟดาลัด

หัวรถจักรรถไฟท่องเที่ยวเมืองดาลัด

มุมยอดฮิตของคู่รักชาวเวียดนาม ที่เราเห็นในสองครั้ง กับคู่แต่งงาน 3 คู่ ที่มาถ่ายเห็นจะเป็นรางรถไฟและในสถานีรถไฟที่มองเห็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสและกระจกสีๆ

บางครั้งเห็นมาทีเดียว 2 คู่เลย ก็พลัดๆ กันถ่ายเอา เราไม่ได้ถ่ายมามากนักเพราะเกรงใจเค้า ดูเค้าเขิลๆ เพราะมีนักท่องเที่ยวเยอะเลยตอนช่วงที่เค้ามาถ่ายพรีเวดดิ้งกัน


นี่คู่แต่งงานอีกคู่ 

หากใครกำลังสถานที่พรีเวดดิ้งแบบนอกประเทศ ไม่ไกล ใกล้ๆ เมืองไทย ก็ลองไปถ่ายกันที่ดาลัด ประเทศเวียดนามได้นะ เราว่าเมืองนี้สวยดี ถ่ายรูปออกมาสวยด้วย เพราะอยู่บนที่สูง อากาศเย็น ฟ้าเป็นฟ้าดีจริงๆ นอกจากสถานีรถไฟแล้วก็ยังมีดอกไม้สวยๆ และสถานที่สวยๆ อีกมากสำหรับเมืองดาลัด

มุมถ่ายภาพทางรถไฟ

การเดินทางก็ไม่ลำบาก นั่งเครื่องจากกรุงเทพฯ มาลงที่โฮจิมินห์  จากนั้นก็ต่อเครื่องไปดาลัดได้เลย หรือใครอยากประหยัดหน่อยก็นั่งเครื่องมาลงโฮจิมินห์(แอร์เอเซียมีมาลงที่โฮจิมินห์บางช่วงราคาถูกมาก)แล้วก็ต่อรถใช้เวลา 1 วัน มาเช้าถึงเย็น หรือใครจะนั่งรถยาวจากกรุงเทพฯ ไปเสียมเรียบ ผ่านพนมเปญ ไปโฮจิมินห์ แล้วต่อรถไปดาลัดก็ยังได้

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

เฝอร้านอร่อยใกล้โบสถ์คริสต์ดาลัด


เฝอร้านนี้ สำหรับ Enjoy ยกให้เป็นเฝอในดวงใจสำหรับทริปดาลัดของเราเลยนะ ร้านเล็กๆ ธรรมดา ดูเหมือนจะไม่อร่อย แต่อร่อยทั้งน้ำซุปและผักสดเครื่องเคียงที่จัดมาให้เต็มๆ

 เฝอเนื้อ เฝอหมูยอ เสิร์ฟมาพร้อมกับผัดสดๆ


ชามนี้ของพี่ Boy sadoodta  ที่ร่วมเดินทางทริปนี้ด้วยกัน

เฝอร้านนี้เราแวะกินระหว่างที่เดินกลับจากโบสถ์คริสต์เพื่อไปที่พักที่อยู่แถวๆ ตลาดดาลัด เดินออกมากำลังหิวพอดี เดินเข้าไปในซอยที่มีหอไอเฟลนั่นแหล่ะ

แม่ค้าเฝอแสนอร่อย

ซอสต่างๆ

ร้านนี้ขายเฝอ 3 อย่าง คือ เฝอเนื้อ(Pho Bo) เฝอเนื้อเปื่อย(Pho Bo vien) และเฝอไก่( Pho Ga') ใครที่กินเนื้อสัตว์ทั้งสามอย่างนี้ไม่ได้ก็สั่งเป็นเฝอหมูยอมากินแทนได้ค่ะ

หน้าร้ายเฝอ



เฝอเนื้อ

ชานนี้เฝอเนื้อเปื่อย

เฝอหมูยอ

ใส่ซอสแล้วก็อร่อยดี

เฝอร้านนี้เสิร์ฟมาพร้อมกับผักสด พวกผักกาดหอม โหระพา ถั่วงอก  พริกสด มะนาว พวกเครื่องปรุงต่างๆ ก็มีให้เลือกอยู่บนโต๊ะ ซอสพริก ก็มีนะ

เราชอบกินเฝอร้านนี้มาก คิดว่าครั้งต่อไปหากมีโอกาสไปเที่ยวดาลัดคงไม่พลาดร้านนี้อีกแน่ๆ

พาเที่ยวโบสถ์คริสต์ที่ดาลัด Dalat Cathedral


โบสถ์คริสต์ที่ใหญ่สุดแห่งเมืองดาลัด ที่หลายๆ คนมักเรียกันว่าโบสถ์ไก่(Cock Church) เพราะว่าด้านบนสุดมีปั้นไก่อยู่  ที่โบสถ์แห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครที่มาดาลัดก็มักจะแวะมาเที่ยว มาถ่ายภาพ หรือหากคนที่เป็นแคทอลิกมาก็จะแวะมานมัสการพระเจ้าที่โบสถ์นี้

ไปโบสถ์วันฟ้าใส

Dalat Cathedral

โบสถ์นี้ถูกออกแบบในสไตล์โบสถ์โรมันในยุโรป  ใช้เวลาสร้างถึง 11 ปี เริ่มสร้างในปี 1931 แล้วเสร็จในปี 1942  เดิมสร้างสำหรับชาวฝรั่งเศสที่พักอาศัยที่เมืองนี้สำหรับการนมัสการพระเจ้าในวันหยุด


เจอสาวเวียดนามกำลังซ้อมเต้นอะไรซักอย่าง ขอถ่ายรูปกับเค้าซะหน่อย

โบสถ์ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ห้องโถงใหญ่ตรงกลาง และห้องเล็กๆ 2 ห้องด้านข้าง เป็นโบสถ์ที่สูง มีหน้าต่างทรงโค้ง หลังคากระเบื้อง ส่วนผนังก็เป็นอิฐที่มีความหนาถึง 40 ซม. หน้าต่างเป็นกระจกสีที่สั่งมาจากฝรั่งเศส  ส่วนด้านนอกทาผนังด้วยสีชมพู  โบสถ์นี้มีความสูงถึง 47 เมตร  โบสถ์จะหันหน้าไปยังภูเขาลังเบียง(Lang Biang Mountain) ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเมืองดาลัด  ด้านนอกโบสถ์จะมีรูปปั้นพระนางมารี แม่ของพระเยซู

ภาพนี้ถ่ายจากด้านหลังโบสถ์ มองเห็นบ้านเรือนในเมืองดาลัด

ไก่บนหลังคา

Dalat Cathedral ตั้งอยู่ที่ ถนน Tran Phu ใกล้ๆ กับทะเลสาบซวนฮวางที่อยู่ใจกลางเมืองดาลัด เราเองก็ใช้วิธีเดินมาเที่ยวที่โบสถ์คริสต์แห่งนี้เช่นกัน  เดินผ่านย่านโรงแรมหรูต่างๆ มาเรื่อยๆ


กิจกรรมแนะนำที่ทะเลสาบเมืองดาลัด


เที่ยวดาลัดมีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำมากมาย เดินถ่ายรูปสวนดอกไม้ กินอาหาร ดื่มกาแฟ ไปเที่ยวนอกเมืองตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมาย หากยังมีเวลาเหลือ ไม่รู้จะทำอะไรดีที่เมืองแห่งนี้ Enjoy ขอแนะนำกิจกรรมที่ริมทะเลสาบกลางเมืองดาลัดค่ะ

รถม้าเมืองดาลัด

เรือถีบในทะเลสาบเมืองดาลัด


อีกหนึ่งกิจกรรมน่าสนใจของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองดาลัด เวียดนามใต้นั้น Enjoy ขอแนะนำหากพอมีเวลาชอบนั่งชมบรรยากาศสวยกลางทะเลสาบ Enjoy ขอแนะนำให้ไปปั่นจักรยานน้ำที่ทะเลสาบกลางเมืองดาลัดค่ะ

เรือถึบ นั่งได้ 3 คน

ร้านอาหารริมทะเลสาบเมืองดาลัท Blue water Restaurant Dalat


อีกหนึ่งร้านอาหารที่อยู่ริมทะเลสาบเมืองดาลัด หรือชื่อว่า ทะเลสาบซวนฮวาง  ร้านนี้เป็นร้านน่านั่ง บรรยากาศดี วิวสวย บริการดี  หากเดินเล่นริมทะเลสาบจะเห็นร้านนี้แต่ไกลเลยละคะ ด้วยจุดสังเกตุคือร่มสีม่วง

Blue Water  Restaurant in Dalat City,Vietnam

วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

ห้องน้ำสาธารณะที่ดาลัท ประเทศเวียดนาม


Enjoy เดินเล่นเลาะริมทะเลสาบซวนฮวาง เมืองดาลัด ประเทศเวียดนาม  เกิดอยากเก็บดอกไม้ขึ้นมา จะเดินกลับไปโรงแรมก็คงไม่ไหว เพราะค่อนข้างไกลเกินกว่าจะทนไหว  จึงมีโอกาสให้ได้ตามหาห้องน้ำสาธารณะของเมืองดาลัดกับเค้าบ้าง ดูซิว่าจะสะอาดมั้ย

ห้องน้ำน่ารักกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมจริงๆ เลยค่ะ